9 พฤติกรรมเสี่ยงเป็นริดสีดวงทวาร

โรคริดสีดวงทวารหนัก คืออะไร ทำไมต้องกังวล ?

โรคริดสีดวงทวารหนัก(Hemorrhiods) หรือเรียกง่ายๆ ว่าโรคริดสีดวง เป็นโรคที่พบได้ทั่วไป เมื่อเป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ในบริเวณที่เกิดโรค ทำให้มีความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการเดินการวิ่งไม่สะดวก บ่อยครั้งอาจทำให้รู้สึกรำคาญจนไปถึงขั้นทรมาน หลายๆคนอยากรักษาให้หาย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาให้หายไม่ได้เนื่องจากปล่อยปละละเลย ทั้งๆที่โรคริดสีดวงทวารหนักนั้นเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ง่ายในระยะแรกๆ และมีวิธีการรักษาริดสีดวงที่ไม่ซับซ้อนมากนัก

ในปัจจุบันนั้น คนไทยเป็นโรคริดสีดวงเพิ่มมากขึ้นจากอดีต ซึ่งมีคนไทยกว่า 70 % ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก เป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ.

ทำไมตัวเลขถึงมากขนาดนั้น ?

คำตอบ คือ โรคริดสีดวงนั้นเป็นโรคที่ต้องใช้ระเบียบวินัยในการรักษา ผู้คนส่วนมากคิดว่าใช้ยาริดสีดวงแล้วก็หาย ทั้งแบบครีมทาริดสีดวง หรือยากิน ที่มีทั้ง ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงและยาเคมี แต่จริงๆแล้วโรคริดสีดวงทวารหนักน้ัน เป็นโรคที่ต้องใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ดังนั้น ผู้ป่วยโรคริดสีดวงส่วนใหญ่ จึงรักษาให้หายขาดไม่ได้ เพราะมีพฤติกรรมแบบเดิม

จากตัวเลขผู้ป่วยที่มากโขขนาดนี้ทำให้ริดสี

ดวงทวารหนักเป็นโรคอีกโรคหนึ่งที่คนไทยมองข้ามไม่ได้

ตอนนี้ ทุกคนนั้นอาจยังไม่เล็งเห็นถึงปัญหาของโรคริดสีดวงทวารหนัก เพราะยังไม่มีอาการของโรคริดสีดวงทวารหนัก เนื่องจากระบบขับถ่าย, ระบบย่อยอาหารและระบบไหลเวียนเลือดของร่างกายยังคงดีอยู่ มันยังไม่เกิดขึ้นกับหลายๆคนในตอนนี้ แต่ในอนาคตข้างหน้านั้น ถ้าหากใช้ชีวิตหรือมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ ริดสีดวงมาหาคุณแน่ ไม่ช้าก็เร็ว

9 พฤติกรรมเสี่ยงการเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักของคนสมัยใหม่

อยู่ในห้องน้ำได้แปปเดียว เดี๋ยวไปทำงานสาย

เวลามีน้อยต้องใช้สอยอย่างประหยัด ทำงานแปดโมงครึ่ง จะเอาเวลาไหนไปนั่งบนโถชักโครกนานๆกันล่ะ จริงไหม ระวังไว้ให้ดีถ้าคุณมีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะการเข้าห้องน้ำ ขับถ่ายแบบติดจรวด ใช้การเบ่งแบบแรงๆจ๊วดๆ แปปเดียวเสร็จนั้น อาจทำให้รูทวารของคุณเสียหาย จากแรงดันอันมหาศาลที่คุณเบ่งออกมา และเมื่อรูทวารของคนเรานั้น ได้รับแรงดันที่มีความรุนแรงมาก ที่เกิดจากการเบ่ง เพราะรีบ อยากขับถ่ายและใช้เวลาบนโถชักโครกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเบ่งที่รุนแรงจนเกิดแรงดันที่แรงจนทำให้ก้อนอุจจาระปลิวออกจากรูทวารนั้น อาจทำให้เส้นเลือดบริเวณปากรูทวาร มีการพองหรือนูนออกมา จนอาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงได้ในที่สุด

ลดค่าอาหารเช้า กินเหล้าแทนอาหารเย็น

ทำไมกินเหล้าแทนอาหารเย็น ถึงมีความเสี่ยงต่อโรคริดสีดวง ? โรคริดสีดวงทวารหนักนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ จากการที่มีเส้นเลือดดำโป่งพอง ถ้าหากเราคิดต่อไปว่า เส้นเลือดดำโป่งพอง เกิดจากอะไร หนึ่งในคำตอบนั้น จะมีภาวะการเสื่อมของตับเป็นคำตอบอยู่ด้วยแน่นอน การเสื่อมของตับนั้น จะทำให้เส้นเลือดดำอุดตันในเวลาต่อมา ดังนั้น คนที่เป็นสายปาร์ตี้หนัก กินเหล้าแบบไม่สนโลก และบอกกับโลกและทุกคนว่าไม่ต้องมาสนฉันนั้น อาจทำให้เกิดภาวะการเสื่อมของตับหรือภาวะตับแข็ง ซึ่งเป็นเส้นทางนำไปสู่โรคริดสีดวงทวารหนักนั่นเอง

เจ้านายจ้อง ทำงานอยู่ในห้อง ไม่เคยได้เข้าห้องน้ำ

หลายๆคนคงจะเคยเจอะเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่ทุกวี่วัน แบบว่าจะลุกไปเข้าห้องน้ำแต่เจ้านายดันอยู่ใกล้ๆเราแบบเงาตามติด หลังจากนั้นหัวสมองก็หลอน กลัวโดนไล่ออกหรือหักเงินเดือน จนทำให้ต้องนั่งทำงานต่อ ปวดท้องจะลุกไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ไป ได้แต่นั่งทำงานต่อไป พร้อมกับตอบเจ้านายหรือหัวหน้าเวลาสั่งงาน ดังๆ ว่า “ได้ค่ะ เดี๋ยวจัดให้ ไม่ไหว บอกไหวไว้ก่อน” สุดท้ายงานได้รับการจัดการ แต่พานจะเป็นโรคริดสีดวงเอานะ การนั่งทำงานนานๆ 5-6 ชั่วโมงขึ้นไปนั้น อาจทำให้เกิดการกดทับของกล้ามเนื้อช่วงตัวกับส่วนของก้น ถ้าให้ผู้อ่านลองสังเกตุกันดูว่า เวลานั่งทำงาน ส่วนไหนกันนะ ที่รับน้ำหนักตัวของเราไว้ทั้งหมด ใช่แล้ว ช่วงก้นของเรานั่นเอง และถ้าถามว่าใครกันนะที่อยู่ใต้สุดคอยรับน้ำหนักตัวหมีอ้วนอันมหาศาลของเรา ก็คือ หูรูด หรือรูทวารของเรา ซึ่งน้องหูรูดมันทำหน้าที่นั้นได้อย่างดีและทำอยู่ตลอดในตอนที่เรานั่งทำงาน การนั่งทำงานเวลานานๆแบบนี้นั้น เร่งให้เกิดการเสื่อมของกล้ามเนื้อช่วงก้นและหูรูด ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคริดสีดวงทวารหนัก และอีกเหตุผลนึงที่การทำพฤติกรรมเหล่านี้ นั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงเข้าไปอีก คือ การที่เราปวดท้องและไม่ได้ขับถ่าย ซึ่งของเสียที่ไม่ได้ขับถ่ายเหล่านั้น จะทำให้เกิดอาการท้องผูกในเวลาต่อมา และทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารได้ในที่สุด

มือขวาโบกแท็กซี่ เดี๋ยวค่อยไปขี้ที่ทำงาน

หลายคนคงเคยปวดท้องและไม่ยอมขับถ่ายอุจจาระในทันที การทำแบบนี้อาจนำไปสู่โรคริดสีดวงทวารหนักได้ ในชีวิตของคนเราที่ต้องเร่งรีบ ในการทำงานหรือกิจกรรมอื่นๆ จนไม่มีเวลาเข้าห้องน้ำเพื่อทำการขับถ่าย อาจก่อให้เกิดปัญหาทางด้านระบบทางเดินอาหาร ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายตามมาภายหลัง สำหรับใครที่กำลังโบกแท็กซี่ไปทำงานลูกเดียว โดยไม่สนใจการขับถ่ายเลย ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะเมื่อไม่มีการขับถ่ายในช่วงเวลาที่ต้องการขับถ่ายอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ เนื่องจาก มีของเสียตกค้างอยู่ในลำไส้ ไม่ถูกขับถ่ายออกมา ของเสียเหล่านี้ได้รวมกันเป็นก้อนใหญ่ ที่เรียกกันอย่างคุ้นชินว่า อุจจาระ นั่นเอง ซึ่งนอกจากมันจะรวมกันเป็นก้อนใหญ่ๆแล้ว ความแข็งของก้อนอุจจาระนั้น ก็อาจมีมากขึ้นด้วย เนื่องจาก ถูกทิ้งไว้นาน ทำให้ขาดน้ำและแห้งแข็งไปในที่สุด เมื่อก้อนอุจจาระมีความแข็งและใหญ่มากขึ้น ส่งผลให้เวลาขับถ่ายมีความยากมากขึ้น ต้องออกแรงมากขึ้นเวลาขับถ่าย ใช้เวลานานมากขึ้น ทำให้เกิดความดันเพิ่มขึ้นเวลาขับถ่ายจนสามารถทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักได้

ผักไม่กิน สุดฟินกินแต่ junk food

ในทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่มีความคิดเกี่ยวกับการกินแค่ว่า กินอาหารอะไรไว อะไรอิ่ม อะไรอยากกิน เป็นส่วนใหญ่ มีแค่ส่วนน้อยที่คิดว่า ที่คิดว่า การกินอันนี้อย่างนี้มันดีต่อร่างกายอย่างไร หลายๆคนคิดได้ แต่ไม่เคยทำได้ คนส่วนใหญ่ก็เลยได้แต่จับมันเข้าปากและหย่อนลงกระเพาะในทันที ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องคุณค่าของอาหาร และสารอาหารมากนัก ถึงแม้ว่าแนวโน้มการกินอาหารประเภท junk food และ fast food นั้นจะมีแนวโน้มที่จะลดลง แต่ตัวเลขการกินอาหารก็ยังอยู่ในระดับที่สูงเกือบ 50 % อ้างอิงจาก fast food consumption ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายความว่า วันๆนึงเรากินของที่เป็น junk food ไปเกือบครึ่งนึงของอาหารที่เรากินทั้งหมด ซึ่งอาหารประเภท junk food นั้นถูกให้คำกำจัดความว่าเป็น อาหารที่มี แคลลอรี่สูง เคอเลสเตอรอลสูง มีเกลือและน้ำตาลสูง และมีวิตามินแร่ธาตุและกากอาหารต่างๆต่ำมาก เมื่อเรากินอาหารที่มีแต่ไขมันไม่มีใยอาหารหรือกากอาหารเข้าไปมากๆ อาจทำให้เกิดภาวะหนืดในลำไส้ ทำให้ท้องผูก ไม่มีความเหลวของของเสียในลำไส้ สุดท้ายก็ทำให้เกิดอาการท้องผูก พอท้องผูกก็อาจนำไปสู่การเกิดโรคริดสีดวงทวารหนักนั่นเอง

กินกาแฟเย็น กาแฟนม รวมกันกลมๆเป็นริดสีดวงทวาร

กาแฟ ชานม สิ่งที่ใครหลายๆคนชื่นชอบและขาดมันไม่ได้เลย ในทุกๆเช้าก่อนเข้าเรียนหรือก่อนที่จะออกไปทำงานต้องได้กินกาแฟที่มีกลิ่นหอม มีรสชาติกลมกล่อมขมอ่อนๆ ให้สมกับชีวิตการทำงานที่ฝาดขมลมจับ แต่ๆๆๆ การกินกาแฟนั้นอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย หรือ ปวดท้องอยากขับถ่ายได้ ในเวลาต่อมาหลังจากกินกาแฟเข้าไป เนื่องจาก กรดธรรมชาติที่อยู่ในกาแฟนั้นเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำดีและหลั่งน้ำดีจากถุงน้ำดี น้ำดีจากถุงน้ำดีนั้นได้ถูกส่งเข้าไปยังลำไส้ และอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียในเวลาต่อมา โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะท้องว่างหรือท้องกลมแบบมีอาหารอยู่ แต่ถ้าหากดื่มหลังจากตื่นนอนในช่วงที่กำลังท้องว่างอาการจะแสดงออกเร็วกว่า เนื่องจากคาเฟอีนจะถูกดูดซึมไปใช้ไนทันที ดังนั้นจึงมีการแนะนำว่าไม่ควรดื่มกาแฟที่มีปริมาณคาเฟอีนมากกว่าวันละ 200 มิลลิกรัม หรือประมาณวันละไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการท้องเสีย และอาการท้องเสียบ่อยๆนั้น ก็อาจนำไปสู่โรค ริดสีดวงทวารหนัก เนื่องจากเกิดการใช้หูรูดที่รุนแรงและมากเกินไป

ยืนนานๆไม่ได้นั่ง ระวังเป็นริดสีดวง

การเดินทางไปทำงานของคนวัยทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนนั้น จำเป็นต้องใช้การยืน เพื่อเดินทางต่างๆ เช่น การยืนบนรถไฟฟ้า BTS ,MRT ยืนอย่างเดียวไม่พอ ต้องเกร็งช่วงขาอีก เพราะคนเยอะ เดี๋ยวเวลารถไฟเบรก จะไปชนคนอื่นเอา ซึ่งการยืนและการเกร็งนานๆนั้นส่งผลให้เกิดการเบ่ง ทำให้มีความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เพื่อให้เห็นภาพ ลองนึกดูว่า เราจำเป็นต้องยืนในที่ๆมีคนเบียดเสียด แน่นเต็มคันรถ จำเป็นต้องยืนในพื้นที่เล็กๆ ทำให้เราต้องอาศัยการทรงตัวและการเกร็งช่วงขา เพื่อรักษาสมดุลของน้ำหนักไว้ ไม่ให้เสียสมดุลไปชนกับผู้โดยสารคนอื่นๆ เมื่อต้องขึ้นรถไฟฟ้า หรือ ต้องใช้ระบบขนส่งมวลชน ที่มีคนใช้บริการหนาแน่นทุกวัน จะทำให้เกิดความดันในช่องท้องและมีผลทำให้ความดันเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณปากรูทวาร ไหลกลับสู่หลอดเลือดดำในช่องท้องช้าลง โดยทั่วไปหลอดเลือดดำมีลิ้นเพื่อให้เลือดดำไหลกลับได้ ไม่ได้ไหลกลับทางเดียวกันกับที่ไหลออกมา แต่เมื่อการไหลของเลือดดำช้าลงประกอบกับมีความดันในช่องท้องสูง จึงเกิดการคั่งของหลอดเลือดดำ บริเวณกลุ่มหลอดเลือดแถวปากรูทวารหนัก ส่งผลให้กลุ่มหลอดเลือดดำโป่งพองจนเกิดอาการของโรคริดสีดวงทวารได้

เครียดมากๆ ขับถ่ายยากไม่รู้ตัว

บางทีเวลาทำงาน งานก็เยอะ ยอดก็ต้องปิด มิตรก็มาด่า หัวหน้าก็กดดัน พลันจะทำให้เครียดตายไปเลยยย ความเครียดเป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนและใครหลายๆคนต้องเผชิญกับมันอยู่เสมอ ทั้งความเครียด เกี่ยวกับงาน ความเครียดเกี่ยวกับครอบครัว ความเครียดเกี่ยวกับปัญหาทางการเงิน ความเครียดที่มาจากสาเหตุมากมาย เป็นสิ่งที่เกิดจากการบีบบังคับ ต้องทำให้ได้แต่ทำไม่ได้ และความเครียดนั้น ย่อมส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก หรือ ขับถ่ายไม่ออก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการท้องผูกท้องเสียและอาจนำไปสู่โรคริดสีดวงทวารหนักในที่สุด

นั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำ

กิจกรรมยอดฮิต ติดชาร์ต ไม่ว่าชาร์ตหรือชาติที่แล้วหรือชาติไหนก็ต้องมีกิจกรรมนี้ ให้เห็นไม่ว่าจะเป็นชาติตะวันตกหรือตะวันออก เรียกได้ว่าบางคนตายไปแล้ว เข้าห้องน้ำบนสวรรค์ยังนั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำเลย พฤติกรรมที่คนมีโทรศัพท์ส่วนมากมักจะทำตลอดในขณะที่ขับถ่าย การนั่งเล่นโทรศัพท์ในขณะขับถ่ายนั้น ไม่ได้เสี่ยงต่อโรคริดสีดวงทวารหนักเสมอไป แต่การเล่นโทรศัพท์นานๆ แบบขั้นที่ว่า ทำภารกิจในห้องน้ำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ยอมล้างตูดและออกมาจากห้องน้ำ เพราะ เพลิดเพลินไปกับการเล่นโทรศัพท์ ปัดขึ้น ปัดลง จิ้มนู่นจิ้มนี่ กว่าจะได้สวมกางเกงตัวโปรด และย่างก้าวออกมาจากประตูห้องน้ำก็เสียเวลานั่งบนโถชักโครกเป็นเวลา 15-20 นาที โดยที่ไม่ได้ขับถ่ายแม้แต่นิดเดียว การนั่งเล่นโทรศัพท์หลังขับถ่ายเสร็จนั้น ทำให้เกิดแรงดันในช่องลำไส้ใหญ่มากกว่าปกติ ปกติเวลาขับถ่ายจะใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที แต่ถ้าหากเล่นโทรศัพท์เราจะเบ่งเพื่อขับถ่ายต่อไปอีกประมาณ 5 – 10 นาที เท่ากับว่า ลำไส้ใหญ่และรูทวารนั้นจะได้รับแรงดันเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักตามมา จากแรงดันหรือการเบ่งที่ส่งผลให้เส้นเลือดบริเวณรูทวารพองนูนออกมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *